|
เมื่อสามสิบปีที่แล้ว คนไทยยุคแรก ๆ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ ได้เล่าให้ฟังว่า ในสมัยนั้นคนฟินน์ส่วนมากแทบไม่มีใครรู้จักประเทศไทยเลย ดังนั้น การดำเนินชีวิตในยุค นั้นจึงต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก ทนกินอาหารที่ไม่เคยคุ้นเคยมาก่อน ทนอยู่ร่วมกับ คนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี และทนหดหู่ใจเป็นอย่างมากใน ฤดูหนาวที่แสนหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ บางทีไม่รู้จะออกไปไหนก็ต้องทนอยู่แต่ในห้องสี่ เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เขาเรียกกันว่าอพาร์ทเมนต์ ครั้นพอพ้นฤดูหนาว พอจะก้าวออกจากประตู บ้านได้ก็ไม่รู้จะไปไหน เพราะเพื่อนผูงก็ไม่มี บางทีต้องไปพึ่งบาทหลวง ขอเขานั่งสงบ สติอารมณ์ในโบสถ์ หลายครั้งต้องนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ชีวิตที่เงียบเหงาและโดดเดี่ยวเช่นนี้ แม้จะมีเงินทองและเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ก็มิอาจจะมีความสุขกับสมบัติเหล่านี้ได้ เมื่อเริ่มมีคนไทยทยอยตามมาจนถึงปีพุทธศักราช 2537 หรือ ค.ศ. 1994 คนไทยได้มีการรวมตัวกัน เพื่อที่จะสร้างวัดไทย เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางรวมจิตใจของคนไทยทั้งมวลขึ้น โดยมีคุณประนอม Heinonen เป็นประธานสมาคม โดยใช้ชื่อว่า สมาคมชาวพุทธฟินน์-ไทย พ.ศ. 2542 เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการมหาเถรสมาคม ได้เดินทางมาเปิดวัดไทยนอรเวย์ และเยี่ยมให้กำลังใจพระสงฆ์และชาวไทยในยุโรป ได้เมตตา มาเยี่ยมให้กำลังใจชาวไทยในฟินแลนด์ด้วย พร้อมกับได้มอบ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาด หน้าตัก 9 นิ้ว ให้แก่สมาคมไว้สักการะบูชา 1 องค์ด้วย การมาของเจ้าประคุณสมเด็จใจครั้งนี้ได้ สร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวพุทธในฟินแลนด์เป็นอย่างมาก วัดที่เคยอยู่แต่ในความฝันอันเลื่อนลอยก็กลายเป็นฝันที่เป็นจริงขึ้นมา พระครูปลัดสำรวจกมโล เจ้าอาวาสวันไทยนอรเวย์ได้ช่วย ประสานงานเพื่อนิมนต์ประสงฆ์มาอยู่ประจำในวันที่เจ้าประคุณสมเด็จ๚ จะเดินทางกลับประเทศไทย พระครูปลัดสำรวจ ได้ตามเข้าไปส่งในห้องพักผู้โดยสารก่อนจะขึ้นเครื่องเจ้าประคุณ สมเด็จ๚ ได้กล่าวกับพระครูปลัด๚ ว่า ”ต้องการให้หลวงพ่อช่วยอะไรก็ขอให้บอกหรือให้บอก เลขา๚ก็ได้” พระครูปลัดสำรวจ ได้กราบเรียนท่านว่า ”เกล้า๚ มิต้องการสิ่งใด ขอเพียงให้ มส. อนุมัติให้พระมหานวล วณฺณวฑฺฒโก ได้เดินทางมาเป็นพระธรรมทูตปฎิบัติศาสนกิจ อยู่ในประเทศฟินแลนด์เท่านั้น” แล้วเจ้าประคุณสมเด็จ๚ ก็เดินทางกลับประเทศไทย วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2545 หรือ ค.ศ. 2002 สมาคมได้ซื้อบ้านพร้อมที่ดินประกอบด้วยอาหารที่ พักอาศัยกึ่งทรงไทยหลังหนึ่ง และอาคารเก็บของอีกหนึ่งหลัง บนเนื้อที่ 3310 ตารางเมตร ประมาณ 2 ไร่ 27 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ ถนน Uusi Porvoontie 1590, 01190 BOX, FINLAND ในราคา 174,915.43 ยูโร หรือประมาณ 1,000,000.00 มาร์ค ในการซื้อครั้งนี้ ทางสมาคมซึ่งมี คุณมาลี ลัปเวตลัยเน็น เป็นประธานและกรรมการบริหารอีกหลายท่านได้ทำเรื่องขอกู้เงินจาก ธนาคาร จำนวน 67,300.00 ยูโร ดอกเบี้ย 6 % กำหนดส่งคืนภายใน 4 ปี ในการที่เราจะได้วัดตรง นี้มีบุคคลที่ควรจะกล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ Raimo และคุณนิลุบล Lindholm สองสามีภรรยา ผู้ซึ่งพบที่ตรงนี้และได้นำเสนอให้คณะกรรมการทราบ ได้พากันไปดูและตกลงซื้อ อีกทั้งยังได้ ช่วยประสานงานกับเจ้าของที่เดิมจนการซื้อขายได้ผ่านไปได้ด้วยดีสมความตั้งใจ ของสมาคม และขาวพุทธส่วนใหญ่ด้วยความเรียบร้อยทุกประการ หลังจากพระสงฆ์ได้ย้ายเข้าไปอยู่เรียบร้อยแล้ว พระมหานวล ชำนาญรัมย์ ได้ทำหนังสือกราบ เรียนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ทราบ และขอความเมตตาให้ท่านตั้งชื่อเพื่อความเป็น สิริมงคล เจ้าประคุณสมเด็จ๚ ได้เมตตาประทานนามให้ว่า วัดพุทธาราม ฟินแลนด์ ยังความ ปลาบปลื้มให้แก่ชาวไทยในประเทศฟินแลนด์เป็นอย่างมาก
พระสงฆ์ในฟินแลนด์ พ.ศ. 2543 หรือ ค.ศ. 2000 ทางสมาคม๚ ได้ทราบข่าวจากพระราชรัตนรังษี เจ้าอาวาสวัดพุทธารามสวีเดนว่า พระมหานวล ชำนาญรัมย์ พระธรรมทูตที่จะมาปฎิบัติศาสกิจในประเทศฟินแลนด์ได้เดินทางมาถึง ประเทศสวีเดนเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทางสมาคม๚ เตรียมสถานที่อยุ่ประจำพรรษา สำหรับพระสงฆ์ให้พร้อมด้วย ท่านจะเดินทางถึงฟินแลนด์ประมาณ นึ่งสัปดาห์ก่อนวันเข้าพรรษา ซื่งช่วงนั้นพระมหานวลถือวีซ่า 3 เดือนเท่านั้น คุณพรรณี Hoika ซึ่งเป็นประธานสมาคม๚ อยู่ ในขณะนั้นพร้อมด้วยกรรมการบริหารสมาคมได้เตรียมการหาสถานที่โดยได้ขอเช่า บ้านหลังหนึ่ง อยู่ที่ถนน Risto Rytintie 3, 00570 HELSINKI ให้เป็นวัดชั่วคราวไปก่อน โดยมีพระครูปลัดสำรวจคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอดเวลาจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 พระมหานวล ชำนาญรัมย์ ก็ได้เดินทางถึงประเทศฟินแลนด์โดยเรือโดยสาร Viking Line และได้อยู่จำพรรษาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานับเป็นพระสงฆ์รูปแรกที่ได้มาอยู่จำ พรรษาในประเทศฟิน แลนด์ เมื่อมีพระสงฆ์อยู่การดำเนินงานต่าง ๆ ก็ดำเนินไปได้ด้วยดีและรวดเร็ว ศรัทธาชาวพุทธก็หลั่งไหลเข้ามาโดยไม่ขาดสาย มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศาสนา เช่น ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน การกระจายข่ายก็เป็นไปอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น พระสงฆ์ก็ต้องเดินทางไปฉลองศรัทธ า ของชาวพุทธทั้งในเมืองหลวงและต่างเมือง บางครั้งก็ต้องไปถึงต่างประเทศเพื่อระดมทุนในการซื้อวัดในขณะเดียวกัน สมาชิกก็ช่วยกันแสวงหาสถานที่เพื่อที่จะซื้อเป็นวัดถาวรต่อไปสองปีที่สมาคม ชาวพุทธและพระสงฆ์ ได้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องด้วยความเสียสละและร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย สมาคม๚ สามารถ รวบรวมเงินได้ถึง 600,000 มาร์ค หรือประมาณ 100,000 ยูโร จากการบริจาคจองชาวพุทธทั้งหลาย ซึ่ง มากพอที่จะซื้อดาวน์และผ่อนส่งวัดใหม่ได้แล้ว โดยเอาเงินค่าเช่าเดือนละ 5,500 มาร์ค (ประมาณ 925 ประวัติพระมหานวล ชำนาญรัมย์ Mahanuan Chamnanram พระ มหานวล ชำนาญรัมย์ เกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2498 ที่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 2 ตำบลหนองปล่อง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบันขึ้นกับตำบลเมืองยาง อำเภอชำนิ เป็นบุตรของนายน้อย และ นางสุด ชำนาญรัมย์ มีพี่น้อง 9 คน พระมหานวล เป็นคนที่ 5 ของครอบครัว บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2515 ณ วัดเมืองยาง ตำบลเมืองยาง อำเภอชำนิ จังหวัด บุรีรัมย์ โดยมีพระครูประภัศร์ธรรมาราม เป็นพระอุปัฌาย์ อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 ณ พัทธสีมาวัดเมืองยาง ตำบลเมืองยาง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีพระครูประภัศร์ธรรมาราม เป็นพระอุปฌาย์ พระมหาสมนึก สิริภทโท เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเงิน เขมทตโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ วิทยฐานะ เปรียญธรรม 6 ประโยค, นักธรรมชั้นเอก, ศน.บ. (ศาสนศาสตร์บัณฑิต สาขาปรัชญา) ขณะนี้จำพรรษาอยู่ ณ วัดพุทธาราม ฟินแลนด์เพียงรูปเดียว พระมหานวล ฉายา วณฺณวฑฺฒโก นามสกุล ชำนาญรัมย์ อายุ 48 พรรษา 27 สังกัดวัดเลียบราษฎร์บำรุง เขตบางซื่อ กรุงเทพ๚ 10800 กิจวัตรประจำวันของสงฆ์กิจวัตร ประจำวันมีดังนี้ เวลา 05.30 ตื่นทำกิจส่วนตัว 06.00 ทำวัตรเช้า เจริญสมาธิภาวนา 07.30 ฉันภาตตาหารเช้า 08.30 ต้อนรับแขกหรืออ่านหนังสือ 11.0 ฉันภัตตาหารเพล 12.00-17.0 รับแขกหรือแล้วแต่จะมีกิจเกิดขึ้น เช่น อบรมสมาธิแก่ผู้สนใจเป็นต้น 18.0 ทำวัตรเย็น เจริญสมาธิภาวนา 19.00-21.0 อ่านหนังสือ 22.00 เข้านอน นอกจากการทำวัตรสวดมนต์ปฎิบัติภาวนาเช้าเย็นเป็นประจำแล้ว ทางวัดยังจัดกิจกรรมบำเพ็ญ กุศลในเทศกาลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับประเพณีไทย เช่น - วันขึ้นปีใหม่ (มกราคม) - วันมาฆบูชา (กุมภาพันธ์) - วันสงกรานต์ (เมษายน) - วันวิสาขบูชา (พฤษภาคม) - วันครบรอบปีของวัด (มิถุนายน) - วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา (กรกฎาคม) - วันสารทไทย (กันยายน) - วันออกพรรษา-ตักบาตรเทโว (ตุลาคม) - วันทอดกฐินสามัคคี (ตุลาคม หรือ พฤษจิกายน) - วันเฉลิมพระชนมพรรษา (ธันวาคม) - วันส่งท้ายปีเก่า (ธันวาคม) - เป็นต้น
|